จบการท่องเที่ยวและการโรงแรมหางานอะไรดีนะ

จบการท่องเที่ยวและการโรงแรมหางานอะไรดีนะ

 

แน่นอนว่าสายงานที่ตรงสุดๆก็คงจะเป็นตามชื่อของสาขาที่เรียนจบมา คือ  ทำงานไกด์ การโรงแรม แต่คุณรู้หรือไม่ว่ามีสายงานอื่นๆที่คุณสามรถใช้ทักษะที่เรียนมาไปประกอบอาชีพและหางานได้หลากหลาย มาดูกันดีกว่าว่ามีงานอะไรบ้าง

  1.    มัคคุเทศก์ อาชีพความฝันของใครหลายๆ คน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเป็นได้เพราะต้องมีการสอบเพื่อถือบัตรรับรองความสามารถในการเป็นไกด์ ดังนั้นใครที่อยากเป็นจริงจังเลยก็ต้องไปหาเรียนเพิ่มความรู้และประสบการณ์  คนที่จบการท่องเที่ยวและการโรงแรมมีโอกาสในการหางานไกด์ได้ง่ายกว่าคนที่จบสาขาอื่นเพรามีวิชาเรียนโดยเฉพาะ
  2.    บริษัททัวร์  สำหรับงานนี้เหมาะกับคนที่ชอบการเที่ยว นำเที่ยวและทำงานที่ได้คลุกคลีกับสถานที่ท่องเที่ยว รักในการบริการนักท่องเที่ยว ต้องเข้าใจระบบการท่องเที่ยว เรียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและการโรงแรมนั้นมีภาษีดีอยู่แล้ว หากบวกกับความรู้ด้านการตลาดเข้าไปด้วยยิ่งจะทำให้การทำงานบริษัททัวร์เป็นไปได้ดี
  3. 3. ทำงานเป็นพนักงานโรงแรม ซึ่งมีหลากหลายตำแหน่ง  แน่นอนว่าเรียนการโรงแรมมาก็ต้องมีอาชีพเกี่ยวกับโรงแรม สำหรับคนที่สนใจงานด้านโรงแรมโดยตรงก็จะมีโอกาสได้ใช้สิ่งที่เล่าเรียนมาให้เกิดประโยชน์
  4. 4. ทำธุรกิจ โฮสเทลดูเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยบริหารงานด้วยตัวเองซึ่งคุณได้เรียนรู้มาจากการเรียนแล้วว่าการจัดการท่องเที่ยวและการโรงแรมที่ดีเป็นอย่างไร หากมีประสบการณ์และเงินทุนก็น่าจะเป็นช่องทางที่ดีที่ทำให้สร้างกิจการและรายได้ที่มั่นคงจากการทำธุรกิจที่พักแบบในฝันของคุณ
  5.    คอลัมนิสต์   เป็นอาชีพที่สามารถใช้สิ่งที่เรียนมาเล่าให้คนอื่นฟังต่อ หากมีทักษะในการสื่อสารคุณสามารถเปลี่ยนเรื่องราวการไปท่องเที่ยวและการพบปะผู้คนมากมายจากการทำงานการท่องเที่ยวและโรงแรมมาเล่าให้ผู้อื่นฟัง และสร้างรายได้ได้อีกด้วย
  6.    ทำ Startup  ด้วยไอเดียการแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ยกตัวอย่าง แอพพลิเคชั่นที่ดูแลการท่องเที่ยว การเดินทาง โรงแรมที่พักอาศัย คนที่จบมามีความรู้ประเภทนี้ก็อาจจะสามารถเอาความรู้มาใช้ได้
  7.  7.   ธุรกิจสินค้า นำเข้า/ส่งออก  ด้วยความที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศต่างๆ คนที่เรียนด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมก็อาจจะได้เปรียบเรื่องการทำความเข้าใจสินค้าตามท้องถิ่นต่างๆ ไกด์บางคนก็พูดได้หลายภาษาเพราะฉะนั้นการประสานงานเพื่อนำสินค้าดีๆเข้ามาขายน่าจะเป็นอีกช่องทางทำกินที่น่าสนใจ

ในขณะที่ประเทศไทยยังมีจุดแข็งเรื่องการท่องเที่ยวอยู่นี้การเรียนในสาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม ก็ยังเป็นที่ต้องการในตลาดงานภาคบริการอยู่มาก หากคุณคือคนที่รักในงานบริการ และ มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานร่วมกับคนหมู่มากที่มีความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมการเรียนในสาขานี้น่าจะตรงกับความชอบและใช้ประโยชน์ได้มากทีเดียว

 

ทำไมเด็กจบใหม่ถึงหางานยาก เรื่องนี้มันมีเหตุผล

ทำไมเด็กจบใหม่ถึงหางานยาก เรื่องนี้มันมีเหตุผล

มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กจบใหม่จะหางานได้ยาก โยทั่วไปเรามักตอบแบบกำปั้นทุบดินว่าเพราะเด็กจบใหม่นั้นยังขาดประสบการณ์แต่ถ้าเรายึดแค่เหตุผลนี้มันก็คงอธิบายไม่ได้ว่าแล้วคนทำงานจะเข้าสู่การทำงานได้อย่างไรในเมื่อทุกคนต้องเคยเป็นเด็กจบใหม่ เบื้องหลังของการที่เด็กจบใหม่หางานยากนั้นเป็นเพราะเรามาดูกันดีกว่า

  1. แน่นอนว่า ไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อนคือเหตุผลสำคัญ ถ้าคุณคือคนที่เรียนอย่างเดียวไม่เคยทำงานอะไรเลยก็คงต้องแพ้ไปเมื่อมาสมัครงาน เพราะในขณะที่เรียนหลายคนสามารถหาประสบการณ์ทำงานในลักษณะ การทำงาน Part-Time ได้
  2. ความสามารถ ยังไม่โดดเด่นมากพอไม่มีทักษะหรือความสามารถที่เพียงพอและเหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัครไป รวมถึงไม่มีอะไรที่โดดเด่นแตกต่างจากคนอื่น ๆ เราพูดกันหลายครั้งถึงทักษะพื้นฐานที่ควรมีเห็น IT และ ภาษา เป็นสิ่งที่คนที่กำลังจะเรียนจบควรที่จะฝึกฝนตัวเองให้พร้อมนอกจากทักษะความสามารถที่จำเป็นในแต่ละสายอาชีพแล้ว ทักษะสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ว่าอาชีพหรือคนทำงานในตำแหน่งใดก็ตามควรจะมีก็คือทักษะการเข้าสังคม และการสื่อสาร
  3. มาพร้อมเรซูเม่แสนน่าเบื่อ สิ่งแรกที่จะทำให้บริษัทได้รู้จักกับผู้สมัครและเป็นตัวตัดสินว่าจะเรียกไปสัมภาษณ์งานหรือไม่ คือ เรซูเม่ จึงควรศึกษาวิธีการเขียนจดหมายสมัครงานที่มีประสิทธิภาพ และสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการเขียนเรซูเม่ให้ดี
  4. ไม่เตรียมตัวให้ดีในการไปสัมภาษณ์งาน ขั้นตอนนี้เองที่ทำให้ใครหลายคนพลาดโอกาสที่จะได้งาน เพราะไม่มีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะไปสัมภาษณ์งาน เช่น ไม่ศึกษาข้อมูลองค์กร ไม่ศึกษาเส้นทางการเดินทาง และไม่ฝึกตอบคำถามสัมภาษณ์งาน
  5. ยังไม่มีเครือข่าย ไม่แปลกสำหรับคนที่เพิ่งจบใหม่คุณย่อมไม่รู้จักผู้คนนแวดวงมากนักแต่คนที่คุณควรรู้จักคือรุ่นพี่ของคุณที่ทำงานในองค์กรต่างๆเข้าเหล่านี้อาจจะเป็นคนนำพาให้คุณได้งานก็เป็นได้ หรืออย่างน้อยก็สามารถแนะนำคุณได้
  6. ขาดการติดตามผลการสมัครงาน อย่าลังเลที่จะส่งอีเมลหรือโทรศัพท์ไปสอบถาม หากส่งเรซูเม่ไปสมัครงานหรือไปสัมภาษณ์แล้วไม่ได้รับการติดต่อกลับ หรือแจ้งผลการสัมภาษณ์

นอกจากเหตุผลที่บอกมาแล้วก็ยังมีอีกหนึ่งข้อคิดคือ อย่าท้อแท้เร็วเกินไป ในกรณีที่สมัครงานและไปสัมภาษณ์หลายที่แล้ว แต่ยังไม่ได้งานเสียทีก็อย่าเพิ่งท้อ ยอมแพ้ และเอาแต่โทษสิ่งรอบข้าง แต่ให้ลองมองหาจุดบกพร่องของตัวเองและพยายามพัฒนาให้ดีขึ้นแทน มีค่ำกล่าวที่ว่า ก่อนที่คุณจะสำเร็จต้องล้มเหลวอย่างน้อย 8 ครั้ง นี่คือเวทีจริงในการเรียนรู้ชีวิตจริงๆอย่าเพิ่มท้อนะเด็กจบใหม่

 

มาเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนเรียนกันเถอะวัยรุ่น !!!

มาเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนเรียนกันเถอะวัยรุ่น !!!

 

รอให้ถึงปี 4 หรือ รับปริญญาเสร็จถึงคิดเรื่องหางานทำ ก็อาจจะสายไปเสียแล้ว  การเตรียมตัวให้ดีก่อนเรียนจบและช่วยให้คุณสามารถหางานได้ง่ายขึ้น และมองเห็นอนาคตของตัวเอง อย่ามาตั้งตั้งวางแผนเรื่องการหางานเมื่อเรียนจบมันทำให้คุณก้าวช้าไป 1 ก้าว ดังนั้นการเตรียมตัวก่อนเรียนจบจึงสำคัญมาก   ว่าแต่ต้องเตรียมตัวในเรื่องอะไรบ้างมาดูกันเลย

ควรวางแผนอนาคตการทำงาน  ทางที่ดีต้องวางแผนให้ชัดเจน ตั้งแต่ตอนเรียน หากวางแผนไว้ดีก็ไม่ต้องมาเสียเวลานับหนึ่งใหม่เมื่อเรียนจบไม่ต้องเคว้งคว้างหางานแบบไม่มีทิศทาง

อย่าจบมาแบบตัวเปล่า ดังนั้นต้องมีเงินเก็บ  ควรแบ่งเงินที่ได้ระหว่างเรียนเก็บไว้เพราในช่วงการหางานต้องใช้เงิน การขอพ่อแม่ก็ทำได้นะแต่มันไม่เท่นะสิ ถ้าคุณมีเงินกบพอให้ใช้ได้ 2-3 เดือนหลังเรียนจบมันจะดีมากเพราะไม่ต้องรบกวนพ่อแม่

แค่ภาษาอังกฤษไม่พอแล้ว ควรเรียนภาษาที่ 3 เตรียมไว้เลย  ถ้าใครสื่อสารได้หลายภาษา จะมีโอกาสทำงานกับบริษัทเท่ากับว่าเพิ่มโอกาสให้ตัวเอง ควรลงวิชาเลือกในขณะที่เรียนมหาวิทยาลัย เป็นวิชาภาษาที่จำเป็น เช่น ภาษาญี่ปุ่น หรือ จีน เป็นต้น อย่างน้อยก็ให้สามารถสื่อสารได้เบื้องต้น และหากสนใจมากก็ควรเรียนเพิ่มเติมจากสถาบันภาษาโดยเฉพาะ

เตรียมตัวและทารสอบ TOEIC, TOEFL, IELTS  ซึ่งเป็นการทดสอบความรู้การวัดระดับทางภาษา ภาษาอังกฤษ หลายบริษัทใช้เกณฑ์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในคุณสมบัติคัดเลือกเข้าทำงาน ถ้ามีผลการสอบที่ดีจะทำให้คุณเป็นผู้สมัครที่น่าสนใจมากทีเดียว

ปรับบุคลิกภาพให้ดีพร้อมสู่การเป็นคนทำงาน เริ่มจัดการตัวเอง ไม่ว่าจะความสะอาด การแต่งกาย ทรงผม ท่าทางนั่งยืน การพูดจา เอาเป็นว่าเตรียมให้พร้อมทุกอย่างเลย เพราะบุคลิกภาพดีเสริมราศีให้เราได้ดีทีเดียว

ถ้าคุณเตรียมความพร้อมที่ดีก่อนเรียนจบโอกาสการได้งานก็ไม่น่าจะยากแล้ว เพราะ“โอกาสมักจะเป็นของคนที่พร้อมเสมอ”   ยิ่งเมื่อใกล้เรียนจบต้องทำความเข้าใจให้มากว่า มีความความแตกต่างก่อนและหลังเรียนจบมากพอควร หลังเรียนจบต้องทำงานหาเงินใช้เอง บางคนก็ต้องเอาเงินไปช่วยครอบครัวด้วยเพื่อนจะต่างออกไปเพรากำลังจะไปเจอเพื่อนร่วมงานมากหน้าหลายตา ต้องออกสังคมพบเจอคนหลายแบบชีวิตต้องอยู่กับงาน การดูแลครอบครัว และความอิสระจะน้อยลง  ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเรียนจบมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้  จริงๆตั้งแต่เข้าไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยคุณควรที่จะเตรียมความพร้อม ฝึกฝนตัวเอง เพื่อมองหาอนาคตว่างอนาคตเพื่อการทำงานได้เลย แต่ทั้งนี้ก็อย่าเครียดจนลืมใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่างๆเพื่อให้เกิดประสบการณ์ชีวิตให้ครบด้านด้วยนะ

 

เที่ยวก่อนทำงาน ไม่เสียหายและยังเติมเต็มชีวิตให้คุณ

เที่ยวก่อนทำงาน ไม่เสียหายและยังเติมเต็มชีวิตให้คุณ

 

ว่ากันว่าการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าด้วยการออกไปท่องโลกไปมองโลกในมุมที่ยังไม่เคยเห็นนั้น จะเป็นเข็มทิศนำทางชีวิตของคุณ ดังนั้นเมื่อเรียนจบก่อนที่จะหางานทำ หรือ มุ่งไปที่การสมัครงาน หากคุณมีโอกาสในการไปท่องโลก  เรียนภาษา ทำงานเป็นอาสาสมัคร นั้นอาจเป็นการให้ของขวัญล้ำค่าที่ไม่สามารถประเมินราคาได้เลย   เพราอะไรนะหรือ เราจะบอกให้

  1. มันสามารถทำให้คุณค้นหาเส้นทางอาชีพของคุณได้ในระหว่างทางที่ออกไปเรียนรู้โลก คุณอาจพบเจอสิ่งที่สร้างโอกาสให้คุณนำกลับมาพัฒนาเป็นอาชีพได้
  2. เป็นโอกาสพัฒนาให้การใช้ภาษาได้คล่องแคล่วช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่คุณ การอยู่ในวัฒนธรรมใหม่และพูดภาษาอื่นอาจจะเป็นภาษาอังกฤาหรือภาษาที่สามตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนในท้องถิ่นจะทำให้การใช้ภาษาของคุณดีขึ้นมาก
  3. นี่คือการอัพเกรดตัวเองเป็นพลเมืองโลกคุณจะได้มองสถานที่อันคุ้นเคยอย่างเมืองไทยผ่านสายตาของคนอื่น และได้เชื่อมโยงตัวเองเข้ากับวัฒนธรรมที่อาจแตกต่างจากที่ที่คุณจากมาอย่างสิ้นเชิง ยิ่งถ้าได้ทำงานกับผู้คนจากประเทศอื่นๆ คุณก็จะได้เรียนรู้รูปแบบการทำงานของเขาด้วย
  4. มีภูมิคุ้มกันในการใช้เงินมากขึ้น การใช้ชีวิตต่างแดนมีความสำคัญมากที่คุณต้องจัดสรรเงินสำหรับกิจกรรมต่างๆ การรู้วิธีจัดการเงินและงบประมาณทำให้การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ง่ายขึ้นอีกมาก สิ่งนี้เป็นทักษะสำคัญซึ่งกลายเป็นเรื่องสนุกที่จะเรียนรู้ยิ่งขึ้นในขณะที่คุณกำลังท่องโลก
  5. คุณจะกลับมาพร้อมความสามารถในการการแก้ปัญหา และความสามารถในการปรับตัว ทักษะสังคมและความฉลาดทางอารมณ์ที่ดีขึ้นจะทำให้คุณโดดเด่นยิ่งขึ้น เพาะการออกจาก Comfort Zone ทำให้คุณมีความระมัดระวังและมีสติในการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี
  6. เมื่อกลับมาคุณมีโอกาสได้รับการจ้างงานมากขึ้น ด้วยความที่ภาษาดีขึ้น ประสบการณ์มากขึ้นและมีโลกที่กว้างขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการในตัวผู้สมัครงาน
  7. ช่วงเวลานี้คือเวลาแห่งการสำรวจและค้นพบจุดยืนของคุณ ช่วงเวลาที่คุณออกเดินทาง ได้ลองทำสิ่งที่แตกต่าง และได้เรียนรู้และทดลองสิ่งต่างๆอย่างไม่ต้องกลัวว่าจะถูกหรือผิดทำให้คุณสามารถตอบตัวเองว่าต้องการอะไร

เมื่อออกเดินทาง คุณกำลังจะได้ทำการได้ผูกมิตรกับเพื่อนใหม่ทั่วโลก เป็นประสบการณ์การที่ไม่สามารถหาซื้อได้ที่ไหน ถ้าคุณไม่พาตัวเองออกไปสัมผัส  การท่องเที่ยวก่อนทำงานนั้นมีข้อดีมากมาย แต่ในความเป็นจริงนั้นก็ต้องใช้ทุนมากพอควร จะเอาเงินมาจากไหน ก็ควรต้องมาจากการเก็บเงินของคุณเองจะดีที่สุดถ้ามีความฝันว่าก่อนการสมัครงานคุณอยากพาตัวเองไปเปิดโลกกว้างก็จงเก็บเงินไว้ตั้งแต่ตอนเรียนหนังสือ ถ้าคุณเรียน 4 ปี เป็นเวลา 1,460 วัน หากเก็บเงินวันละ 30 บาท คุณจะมีเงินตั้งต้นในการเดินทาง 43,800 บาท ก็พอที่จะพาคุณไปเปิดโลกได้ในสถานที่ที่ไม่ไกลมาก

 

สมัครงานบริษัทสิงคโปร์ต้องทำยังไงดี

สมัครงานบริษัทสิงคโปร์ต้องทำยังไงดี

 

ประเทศสิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่น่าลงทุนลำดับต้น ๆ ของเอเชีย  เศรษฐกิจของสิงคโปร์เติบโตได้อย่างรวดเร็ว และมีความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง  การสมัครงานบริษัทสิงคโปร์หรือได้เดินทางไปทำงานในสิงคโปร์เป็นโอกาสที่ดีอย่างหนึ่ง แต่นั่นต้องมีการเตรียมพร้อมที่ดีเพื่อให้การสมัครงานของคุณราบรื่น การเข้าใจวัฒนธรรมการทำงาน และวัฒนธรรมชองคนสิงคโปร์จะช่วยให้การสมัครงานของคุณประสบความสำเร็จมากขึ้น  และช่วยให้มีการปรับตัวได้ และสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที มาเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานแบบคนสิงคโปร์กันเถอะ

คนสิงคโปร์มีความมั่นคงในการทำงาน  ประชากรส่วนใหญ่ของสิงคโปร์ล้วนได้รับการศึกษาในระดับที่และรัฐบาลชัดเจนที่จะพัฒนาประเทศให้กลายเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีและการวิจัย การศึกษาจึงมุ่งพัฒนาให้คนสิงคโปร์มีความมั่นใจในการทำงานตามไปด้วยเพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก ประชากรมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ทำให้สิงคโปร์มีความน่าสนใจ และดึงดูดนักลงทุนให้ไปลงทุน  คนทำงานที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความหลากหลายเช่นนี้ได้ ย่อมปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมการทำงานแบบสิงคโปร์ได้อย่างไม่ยาก

คุณต้องเข้าใจจังหวะของการแข่งขันไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจการลงทุน การใช้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนกันค่อนข้างสูง คนที่สามารถทำงานได้ในวัฒนธรรมแบบสิงคโปร์ คือ คนที่แสวงหาและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา คนที่ต้องการทำงานในประเทศสิงคโปร์ หากมีความความสามารถทางภาษาที่หลากหลาย ก็จะได้เปรียบกว่าคนที่พูดภาษาอังกฤษได้เพียงภาษาเดียว

การติดต่อสื่อสารทางธุรกิจกับคนทำงานในสิงคโปร์ค่อนข้างมีความกระชับ ฉับไว รูปแบบของการทำงานนั้น ค่อนข้างรวดเร็ว กระชับ ฉับไว และมีความกระตือรือร้น สามารถปรับตัวเพื่อแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว

การแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่นายชาวสิงคโปร์ต้องการ วัฒนธรรมการทำงานของคนไทยด้วยกันเองนั้นอาจจะไม่เน้นการมีส่วนร่วมแต่เน้นการรับหน้าที่ตามคำสั่งอาจไม่เหมาะกับการทำงานกับคนสิงคโปร์คุณจึงต้องปรับทัศนคติให้ดี

คนทำงานที่สามารถนำเอาเทคนิคใหม่ ๆ มาปรับใช้กับการทำงาน แล้วการทำงานนั้นประสบผลสำเร็จ จะได้รับการชื่นชมและเป็นที่จับตามอง  สิงคโปร์เป็นเมืองแห่งนวัตกรรม คนที่มีความคิดสร้างสรรค์และสามารถแสวงหาแนวทางที่ดีขึ้นได้ทำให้องค์กรสามารถเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันได้จะได้รับการโปรโมทที่ดีมาก

สำหรับท่านที่ต้องการมีประสบการณ์ในการทำงานข้ามวัฒนธรรม สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำให้ได้ คือ การปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมนั้น อย่างเคารพ การเปิดใจเพื่อรับสิ่งใหม่ ๆ เป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเราเอง ทำให้เรามีโอกาสที่จะประสบผลสำเร็จในการทำงานได้ง่ายขึ้น