Featured
เชคด่วน!! เรื่องพลาดๆที่คนหางานทำไปแบบไม่รู้ตัว

เชคด่วน!! เรื่องพลาดๆที่คนหางานทำไปแบบไม่รู้ตัว

หลายคนที่คิดว่าตัวเองเตรียมตัวสำหรับการสมัครวานมาอย่างดีแต่ทำไมไม่ได้งาน จริงๆแล้วคุณอาจมีสิ่งที่ผิดพลาดที่ทำไปขณะการสมัครงาน หรือ สัมภาษณ์งานอย่างที่ไม่รู้ตัว เรามาดูสิว่าคุณพลาดอะไรไปแล้วจะได้นำไปปรับปรุงเมื่อ คนหางาน คิดจะสมัครงานอีกครั้ง

สมัครงาน

  1. มั่นใจเกินไปว่าฉันเก่ง การบอกข้อดีของตัวเอง ว่าเป็นคนเก่ง มีความสามารถ เพื่อให้บริษัทมองเห็นศักยภาพที่มีอยู่ เป็นสิ่งที่ควรทำแต่การแสดงออกท่าทางกิริยาของคุณต้องเป็นไปอย่างถ่อมควรมีความพอดี ไม่ดูอวดอ้างจนดูมั่นใจในตัวเองมากเกินไป
  2. พูดเรื่องจริงแค่จริงเดียว เช่น ตอบถึงจุดด้อยของคุณเพียงครึ่งเดียว และโอ้อวดว่าสามรถทำในสิ่งที่ทำไม่ได้ไปก่อนเพราคิดว่าเดี๋ยวไปฝึกได้ก่อนเริ่มทำงาน  หรือตอบมั่วโดยที่ไม่มีความรู้ในด้านนั้นอยู่เลย คนสัมภาษณ์ที่มีประสบการณ์จะรู้ทันทีว่าคุณโกหก
  3. เข้ารับการสัมภาษณ์ช้าไปนิดเดียวไม่เป็นไรหรอก ถ้าคิดแบบนี้คอผิดมากเพราะเท่ากับว่าคุณไม่บริหารเวลาไม่รับผิดชอบต่อคนอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้คนอื่นต้องรอเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง การมาสัมภาษณ์งานนั้นต้องศึกษาเส้นทางให้ดีวางแผนการเดินทางคิดเผื่อเรื่องการจราจรควรมาถึงสถนที่ก่อน 30 นาที เพื่อดูว่าจะต้องติดต่อไปที่ส่วนงานไหน และเป็นการทำความคุ้นเคยกับสถานที่จะได้ไม่ประหม่า ในทางตรงกันข้ามหามาถึงเร็วเกินไปก็ไม่ดี เช่นกัน
  4. วิจารณ์บริษัทเก่าสนุกปาก ยิ่งถ้ารู้ว่าคือคู่แข่งกับที่ใหม่ เรื่องนี้ผิดมาก การพูดถึงที่ทำงานเก่าเสียๆหายๆ เพื่อปกป้องตนเอง เป็นการแสดงให้เห็นถึงความคิดเชิงลบ แสดงออกถึงวุฒิภาวะของคุณด้วย ควรตอบอย่างสุภาพเมื่อถูกถามถึงที่ทำงานเดิมและควรเป็นไปอย่างให้เกียรติ
  5. ทำตัวสบายเดินไปจนลืมสัมมาคารวะ พูดคุยแบบผ่อนคลาย สบายๆ เพื่อให้การสัมภาษณ์นั้นไม่ดูไม่ตึงเครียดจนเกินไป เป็นเรื่องดี แต่คุณต้องไม่ลืมที่จะเว้นช่องว่างความเป็นอาวุโสหรือการให้เกียรติผู้ทำการสัมภาษณ์คุณ เรื่องของมารยาท และกาลเทศะในการสัมภาษณ์งานสำคัญมากและเป็นมารยาทสากล การคุยสนุกไม่จำเป็นต้องหยาบและการสร้างบรรยากาศที่ดีไม่จำเป็นต้องทำตลกนำ
  6. โพลงถามเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการอย่าไม่มีจังหวะ เรื่องนี้ถามได้แต่ต้องดูกาลเทศะ และเมื่อได้รับการเสนอเงินเดือนที่น้อยกว่าที่คิดไว้ต้องมีศิลปะในกาเจรจาอย่าพูดเชิงดุถูกว่าเงินแค่นี้คุณไม่สนใจเท่ากับทำลายอนาคตตัวเองในการสมัครงานเลยทีเดียว
  7. ร่ายยาวจนน่าเบื่อ ควรตอบให้กระชับ ชัดเจน มีโฟกัส สื่อได้ว่าที่พูดไปต้องการสื่อสารอะไร
  8. แต่งหรู ดูดีมีระดับแต่มากไปหน่อย ควรแต่งกายให้ดูดี มีความเป็นมืออาชีพ เครื่องประดับเรียบๆไม่กี่ชิ้น ส่วนชิ้นที่แวววายเปล่งประกาย กระเป๋าแบรนด์เนมหลักแสน ไม่ควรพกมาด้วย
Featured
8 องค์กรสุดว้าวที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด

8 องค์กรสุดว้าวที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด

แม้ว่าคนรุ่นใหม่หลายคนจะตั้งเป้าในการเป็นผู้ประกอบการ มีกิจการของตัวเองแต่ก็ยังมีอีกมากที่มุ่งสมัครงานในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีงานท้าทายมากมายรอให้เข้าไปมีส่วนร่วม เรามาส่องดูสิว่า องค์กรสุดว้าวที่มีผู้สมัครงานต้องการเข้าร่วมงานมากที่สุดมีที่ไหนกันบ้าง

อันดับ 1 เป็นของบริษัท ปตท. จำกัด  (มหาชน) หรือ PTT บริษัทพลังงานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงและมีสวัสดิการรวมถึงโปรแกรมในการพัฒนาศักยภาพพนักงานที่ได้รับการยอมรับสูงมาก

ปตท

อันดับ 2 บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ซื้อนี้ติดอันดับเสมือด้วยความเป็นองค์กรนวัตกรรมที่เน้นความคิดสร้างสรรค์เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ปล่อยของได้เต็มที่จึงได้รับความนิยมสูง

อันดับ 3  Google ความโดดเด่นในด้านผลิตภัณฑ์และวัฒนธรรมองค์กรเป็นสิ่งดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่อยากทำงานกับองค์กรระดับโลกแห่งนี้ เสน่ห์ของ Google สะท้อนออกมาทั้งกับตัวผู้นำและสถานที่ทำงานไม่แปลกที่คนรุ่นใหม่จะอยากไปทำงานด้วย

อันดับ 4 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นที่ต้องการของคนรุ่นใหม่สายงานวิศวกรรมอย่างต่อเนื่องด้วยวัฒนธรรมการทำงานมาตรฐานระดับโลกและสวัสดิการเงินโบนัสที่มากมายทำให้มีผู้สมัครงานล้นหลาม

อันดับ 5 บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด หรือ DTAC องค์การที่ขับเคลื่อนไปสู่การสร้างสังคมดิจิทัล มีการพัฒนาทุนมนุษย์ที่เรียกได้ว่าครบวงจร ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานอย่างเต็มที่เป็นองค์กรที่คนยุคใหม่บอกได้เลยว่ารักมาก

อันดับ 6 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP ALL ผู้นำการค้าปลีกที่หนึ่งของประเทศไทยเป็นองค์กรที่เน้นนวัตกรรมและสร้างความเป็นผู้นำให้กับพนักงานทุกระดับ จึงดึงดูดให้คนไปสมัครงานมากเช่นกัน

อันดับ 7 บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์และดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ภาพลักษณ์องค์กรที่สะท้อนความสมัยใหม่ผ่านบริการทำให้เป็นสัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ของจริง

อันดับ 8 บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง ยูนิลีเวอร์ มีสินค้าจัดจำหน่ายมากมาย พร้อมเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถ

เราจะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่แล้วเป็นกลุ่มองค์กรที่ทำธุรกิจโทรคมนาคม องค์กรธุรกิจชั้นนำระดับโลก ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล เป็นหลักที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วย เพราะตอนนี้ภาพการทำงานของคนรุ่นใหม่เป็นการทำงานในฐานะของคนที่เป็น Digital Worker เขามักแสวงหาองค์กรที่สะท้อนภาพความเป็นดิจิทัลที่ชัดเจนออกมาเพราะเชื่อว่าจะนำพาเขาไปสู่การทำงานรูปแบบที่ตอบสนองความต้องการได้และมีความท้าทายให้ทำรออยู่มาก

www.jobtopgun.com

Featured
Gen Z กำลังมาองค์กรควรรับมือยังไงดี

Gen Z กำลังมาองค์กรควรรับมือยังไงดี

เดิมทีองค์กรรับมือกับคน Gen Y ที่กำลังเข้าสู่วัยทำงานในตำแหน่งผู้บริหารระดับต้น หรือ หัวหน้างาน ก็ว่าค่อนข้างจะหนักหนาแล้ว เพราะต้องดูแลคนในวัย Gen X และคนที่เป็น Baby boomer บางส่วนอีก แต่นี่ องค์กรยังไม่ทันจะได้หายใจทั่วท้อง การรับสมัครงาน ตำแหน่งใหม่ใน 2-3 ปีที่ผ่านมาองค์กรกำลังเจอเข้ากับคน Gen Z

มารู้จักคนกลุ่มนี้กันหน่อย Gen Z   คือคนที่เกิดหลังปี 1995เป็นกลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 23 ปีลงมา และกำลังอยู่ในวัยทำงาน  นิสัยละพฤติกรรมการทำงานของ Gen Z มีการวิเคราะห์ออกมาว่า เป็นคนที่คิดถึงตัวเองก่อน ไม่ชอบรอ ไม่อดทน ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น เป็น มนุษย์เทคโนโลยีทำงานเฉลี่ยแต่ละที่ 7 เดือน  เน้น Work Hard, Play Hard มีความเป็น Job Hopper อย่างไรก็ตาม Gen Z ยังเป็นคนชอบเรียนรู้ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง รู้จักวางแผน เก่งเทคโนโลยี แต่ไม่ชอบคำสั่ง ชอบคำอธิบาย ต้องการมีอำนาจในการตัดสินใจ ต้องการได้ Empower ต้องการทำงานที่หลากหลาย มีทักษะหลากหลาย (Multi Skill)

Gen Z

Gen Z  ชอบวางแผน ทำงานหลายชอบเผชิญโลกภายนอก การรับสมัครงาน เพื่อรับ Gen Y เข้ามาทำงานต้องเริ่มจากเปิดใจ เข้าใจ แล้วปิดช่องว่างที่เป็นจุดอ่อนของคนเจน Z ให้ได้ เน้นให้เขารู้สึกว่าจะสามารถทำงานข้ามสายงาน มีการทำงานเป็นทีมเวิร์ค

การสร้าง “ความผูกพันกับองค์กร” (Engagement) สำหรับ Gen Z  ต้องเน้นให้เห็นความสามารถที่จะทำให้เขาก้าวหน้าในสายงาน JOBTOPGUN แสดงให้รู้ว่าเขาจะมีโอกาสในการครีเอทงานใหม่ๆ ให้องค์กรอย่างไร ทำให้เห็นว่าองค์กรพร้อมจะให้เขาทำงานที่สนุก และเปิดโอกาสการเรียนรู้  การสร้างบรรยากาศในการทำงานนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ทำให้การสื่อสารเป็นเรื่องง่ายทำให้เรื่องที่ต้องมีกระบวนการทำได้ง่ายขึ้น เช่น  การยื่นขาดสายลาป่วย ก็ปรับให้ทำได้ง่ายๆ ในสมาร์ทโฟน มีข้อเสนอ เช่น ไม่ต้องใส่ยูนิฟอร์ม แต่งกายได้อิสระ เพื่อปลุกพลังสร้างสรรค์ ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เพื่อกระตุ้นให้ Gen Z อยากทำงานมากขึ้น ทำออฟฟิศให้ดูสนุกสนานขึ้น ปรับรูปแบบโต๊ะให้น่านั่ง เปิดพื้นที่ให้เขาได้มานั่งมาคุยกัน สร้างบรรยากาศที่ดีให้เกิดขึ้น

Gen Z

สวัสดิการแบบยืดหยุ่น (Flexible Benefit) จะเหมาะกับ  Gen Z  เช่นให้สวัสดิการตามความสนใจ เช่น ค่าฟิตเนส สปา เรียนทำขนม จัดดอกไม้ หรือแพ็คเกจในโทรศัพท์ 4G

ทำให้องค์กรมี Startup ของตัวเอง ในองค์กรขนาดใหญ่ที่ไม่มีความคล่องตัวในการทำงานเกิดไอเดียการทำ Startupขึ้นมาเอง โดยเปิดช่องทางการสมัครงานพิเศษขึ้นมาโดยเน้นรับคน Gen Z เพื่อเข้ามาร่วมทีม Startup โดยตรงซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่ม Gen Z มากมาย เพราะสามารถออกความคิดเห็น และถ้าดีจริงยังมีทุนสนับสนุนอีกด้วย เรียกว่า Win-Win ทั้งสองผ่าน และองค์กรก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลง ส่วนอื่นที่ลงตัวกับคนทำงานใน Gen อื่นๆแล้ว เป็นการป้องกันความไม่พอใจของส่วนอื่นด้วย

Featured
เมื่อพฤติกรรมการใช้ Social Media มีผลกับการสมัครงาน คนหางานควรทำอย่างไร

เมื่อพฤติกรรมการใช้ Social Media มีผลกับการสมัครงาน คนหางานควรทำอย่างไร

Facebook Twitter หรือ LinkedIn เป็นพื้นที่ส่วนตัวในที่สาธารณะที่คุณเปิดให้คนรู้จักและไม่รู้จักเข้ามาได้ดังนั้นคนที่ใช้ Social Media เพื่อระบายอารมณ์ บอกกล่าวทุกเรื่อราว สะท้อนพฤติกรรมทุกด้านของตัวเองคุณอาจต้องกลับมาคิดใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อ เมื่อพฤติกรรมการใช้ Social Media มีผลกับการสมัครงาน คุณต้องมีความระวังมากขึ้น

หางาน

พฤติกรรมที่ไม่ควรนำเสนอใน Social Media  ที่คนสมัครงาน และคนทำงานควรที่จะยึดถือ ปฏิบัติไม่เช่นนั้นอาจส่งผลต่อ การสมัครงานและชีวิตความก้าวหน้าในการทำงานของคุณ มีดังนี้

  1. การนำเสนอกิจกรรมที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย เช่น การลงรูปดื่มเหล้า เล่นการพนันด้วยความคะนอง ไม่มีองค์กรไหนอยากได้คนที่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้เข้ามาร่วมงาน รวมทั้งการแสดงความหยาบคาย สนุกสนานจนเกินขอบเขตก็ทำให้องค์กรตัดคุณออกจากตัวเลือกได้ง่ายๆ
  2. การใช้ภาษาที่ไม่สุภาพและภาษาวิบัติผิดเพี้ยนบนโลกโซเชียลจะเป็นอีกสิ่งสำคัญ เพราะแสดงออกถึงวุฒิภาวะของคุณ ความเคยชินอาจกลายเป็นความน่ารำคาญหรือความรู้สึกไม่ดีต่อผู้อ่าน
  3. อย่าโกหกเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงาน เพราะสามารถสืบต่อไปว่าคุณทำมาจริงๆไหมโดยผ่านสังคมออนไลน์ เมื่อมีการรู้ทีหลังจะสร้างความไม่พอใจให้ผู้รับสมัครทันที
  4. แสดงภาพโป้เปลือยบน Social Media มีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงเรื่องลามกส่อไปในทางอนาจาร ภาพลักษณ์จะไม่ดีทันทีและองค์กรมักกันคนที่มีความคิดเช่นนั้นออกไปจากการพิจารณาเข้าทำงาน การที่คุณเป็นสมาชิกของกลุ่มออนไลน์เหล่านี้ก็ด้วย
  5. การไม่มีปฏิสัมพันธ์ใน Social Media ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่อาจทำให้องค์กรไม่สนใจในตัวคุณ คนที่ขาดการปฏิสัมพันธ์อาจมีปัญหาในการเข้ากับคน หรือเป็นคนหน่ายโลกทัศนคติเช่นนี้องค์กรอาจพิจารณาให้ร่วมงานยาก
  6. บ่นหรือพูดถึงแง่ลบของที่ทำงานเดิม เช่น ด่าเพื่อนร่วมงาน ด่าหัวหน้า แสดงทัศนคติที่ไม่ดีต่อการทำงาน กล่าวร้ายโจมตีผู้อื่น แสดงความคิดเห็นไม่สุภาพ ใช้คำสอดเสียด
  7. เผลอเปิดเผยความลับบริษัท ถ่ายภาพติดเรื่องลับที่องค์กรยังไม่นำเสนอต่อสาธารณชน เช่น ข้อมูลเงินเดือน ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ยังไม่นำออกสู่ตลาด อาจจะทำให้ดำเนินคดีก็เป็นได้
  8. การส่งข่าวขยะหรือการแบ่งปันข้อมูลที่ผิดพลาด เช่น แชร์ข้อมูลที่ไม่มีประโยชน์ไม่มีการตรวจสอบก่อนว่าเป็นจริงหรือไม่นั่นแสดงถึงการขาดวิจารณญาณ

หางาน

แม้คุณจะคิดว่า สมัครงาน พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวแต่จริงๆแล้วไม่ใช่ดังนั้นจึงควรตั้งค่าความเป็นส่วนตัวการที่คุณตั้งค่าทุกอย่างเป็นสาธารณะถือว่าไม่ปลอดภัยที่สุด และคุณควรจะลบสิ่งที่ไม่เหมาะสม หรือเลือกให้เห็นได้เฉพาะเพื่อน ที่สนิท แต่จริงๆแล้วการลดพฤติกรรมไม่ดีบน Social Media  เป็นเรื่องดีกว่าเพราะทำให้สังคมออนไลน์น่าอยู่มากขึ้น

คำถามสัมภาษณ์งานสำหรับนายจ้างที่คาดหวังของคุณ

คำถามสัมภาษณ์งานสำหรับนายจ้างที่คาดหวังของคุณ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการสัมภาษณ์งานอาจทำให้เครียด สำหรับบางคนโอกาสทำให้ยากที่จะคิดได้ทันที ดังนั้นจึงเป็นความคิดที่ดีที่จะเตรียมและซ้อมก่อนเข้าสัมภาษณ์ นอกจากนี้ผู้คนจำนวนมากมุ่งเน้นไปที่คำถามสัมภาษณ์งานที่นายจ้างอาจมีต่อพวกเขาเท่านั้น แต่ไม่ใช่คำถามที่ควรถามนายจ้าง

 

มีคำถามของคุณเองที่จะถามจะมีประโยชน์ในหลายวิธี:

1. มันแสดงให้เห็นว่าคุณคิดว่างานมีความสำคัญและได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับโพสต์งานแล้ว

2. คำถามจะช่วยคุณวัดว่างานและ บริษัท เหมาะสำหรับคุณหรือไม่

3. ยิ่งคุณต้องการคำตอบมากเท่าใดผู้สัมภาษณ์จะเห็นว่าคุณรู้ว่าคุณต้องทำอะไรมากขึ้น

เคล็ดลับคือการมีคำถามที่ถูกถาม ก่อนการสัมภาษณ์โปรดจดบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่คุณต้องการ รับด้านล่างเป็นคำถามสัมภาษณ์ตัวอย่างที่คุณอาจต้องการที่จะ:

  • หน้าที่ความรับผิดชอบคืออะไร?
  • สัปดาห์การทำงานปกติใน บริษัท นี้เป็นอย่างไร คุณคาดหวังหรือต้องการทำงานล่วงเวลาเพื่อให้งานสำเร็จหรือไม่?
  • อะไรคือโอกาสในการเติบโตและความก้าวหน้าภายใน บริษัท ของฉัน
  • รูปแบบการจัดการของ บริษัท นี้คืออะไร?
  • คุณสามารถแบ่งปันกับฉันในสิ่งที่คุณชอบมากที่สุดเกี่ยวกับการทำงานให้ บริษัท นี้ได้หรือไม่?
  • คุณไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับการทำงานกับ บริษัท นี้หรือไม่?
  • ฉันจะต้องเดินทางหรือไม่
  • มีความเป็นไปได้ในการย้ายถิ่นฐานหรือไม่?
  • ถ้าฉันถูกเลือกใครจะเป็นผู้ดูแลฉัน ฉันสามารถพบเขา / เธอได้ไหม?
  • คุณต้องการให้ฉันให้ข้อมูลอ้างอิงหรือไม่
  • คุณจะเลือกบุคคลใดสำหรับโพสต์และเมื่อใดที่ฉันจะได้รับการติดต่อจากคุณ
  • นี่คือคำถามสัมภาษณ์งานที่คุณไม่ควรถาม:
  • คุณช่วยให้ฉันเปลี่ยนตารางงานได้ไหม (หลีกเลี่ยงการสร้างความประทับใจว่างานจะรบกวนชีวิตประจำวันของคุณหรือเป็นเรื่องยากสำหรับคุณที่จะมาทำงานตามกำหนดเวลา)

ฉันได้รับเลือก ฉันจะเริ่มเมื่อไหร่ (อาจมีผู้สมัครคนอื่นอีกหลายคนที่ถูกสัมภาษณ์และนายจ้างจะต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์ทั้งหมดก่อนตัดสินใจดังนั้นควรอดทนรอ)
พยายามถามคำถามของคุณในเวลาที่เหมาะสมที่สุดในระหว่างการสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์จำนวนมากถามคำถามเมื่อสิ้นสุดการสัมภาษณ์ ใช้โอกาสนี้ในการตอบคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ

วิธีสร้างความประทับใจในการสัมภาษณ์งานครั้งต่อไป

วิธีสร้างความประทับใจในการสัมภาษณ์งานครั้งต่อไป

คุณควรสร้างความประทับใจในวินาทีแรกของการประชุม ในทำนองเดียวกันมีสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผู้สมัครสัมภาษณ์มองข้ามอยู่เสมอก่อนไปสัมภาษณ์ คุณต้องตระหนักถึงความแตกต่างที่ดีเหล่านี้ก่อนที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมในกระดานสัมภาษณ์ ในบทความนี้เราจะดูเคล็ดลับที่ทำให้การสัมภาษณ์งานครั้งต่อไปของคุณประสบความสำเร็จ

1. ความประทับใจแรกคือความประทับใจที่ดีที่สุด ผู้จัดการการจ้างงานประมาณ 65% กล่าวว่าพวกเขาให้ความสนใจกับการแต่งตัวและผ้าที่ผู้สมัครสวมใส่เมื่อพวกเขาต้องตัดสินใจระหว่างผู้สมัครที่คล้ายกันสองคน
2. ความประพฤติของคุณก่อนที่คณะกรรมการสัมภาษณ์จากช่วงเวลาที่คุณก้าวเข้ามาในห้องก็มีความสำคัญเช่นกัน ผู้ประเมินในกระดานจะคอยดูคุณอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจ
3. คุณภาพของเสียงของคุณและความมั่นใจที่แสดงออกมาจะนำคุณไปสู่การสัมภาษณ์ในระยะยาว สมาชิกของคณะกรรมการจะทดสอบสิ่งนี้ผ่านคำถามที่ยุ่งยาก
4. วิธีการนำเสนอของคุณจะถูกนำมาพิจารณาในขณะที่ประเมินคุณ ในขณะที่โต้ตอบคุณต้องสร้างประโยคที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ มิเช่นนั้นจะสร้างความประทับใจเชิงลบเกี่ยวกับคุณ
5. คุณควรเลือกคำอย่างระมัดระวังในขณะที่โต้ตอบกับสมาชิกคณะกรรมการในช่วงเวลาของการสัมภาษณ์ สมาชิกคณะกรรมการสัมภาษณ์จะทำให้คุณต้องรับผิดชอบทุกคำพูด
6. เป็นการดีกว่าถ้าจะสบตากับสมาชิกคณะกรรมการสัมภาษณ์เพื่อรับการตอบรับที่ดีจากพวกเขา
7. คุณต้องทำท่าทางที่เปิดกว้างและเหมาะสมกับบริบท คุณควรมีรอยยิ้มเสมอ รอยยิ้มแสนอร่อยปลดอาวุธคน ๆ หนึ่งเสมอ
8. ก่อนที่คุณจะไปสัมภาษณ์คุณต้องตระหนักถึงแนวดิ่งของธุรกิจที่ บริษัท เป็นผู้จัดการ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณวางตัวเองได้ดีขึ้นเมื่อสมาชิกของคณะกรรมการสัมภาษณ์ถามคำถามเกี่ยวกับความเหมาะสมของคุณในการตั้งค่าองค์กร
9. เมื่อคุณแนะนำตัวเองกับกระดานสัมภาษณ์ให้แน่ใจว่าคุณได้จับมือกันอย่างมีสุขภาพดีที่มั่นใจ การจับมือที่อ่อนแอแสดงให้เห็นถึงลักษณะที่ไม่แน่นอนหรือการป้องกันของคุณ
10. อย่าข้ามแขนหรือขาของคุณก่อนที่คณะกรรมการ สิ่งนี้จะให้ความรู้สึกว่าคุณอยู่ใกล้กับคำแนะนำ อย่าใช้ท่าทางมือมากเกินไปในขณะที่คุยกับผู้จัดการการจ้าง

ได้รับนัดสัมภาษณ์งานแล้ว ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ได้รับนัดสัมภาษณ์งานแล้ว ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

คุณพร้อมที่จะเริ่มการค้นหางานและส่งประวัติส่วนตัวครั้งแรกของคุณแล้ว หยุด! ก่อนที่คุณจะส่งประวัติย่อคุณมีการเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์งานหรือไม่? ประวัติส่วนตัวของคุณเพิ่งก้าวเข้ามาในประตู หากคุณต้องการสัมภาษณ์ที่ประสบความสำเร็จคุณจะต้องวางแผน นี่คือเคล็ดลับที่จะแนะนำคุณในการเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์ที่ยอดเยี่ยม

รู้ทักษะและความสำเร็จของคุณ

อาจเป็นคำถามที่พบบ่อยที่สุดที่คุณจะถามคือ “บอกฉันเกี่ยวกับตัวคุณเอง” เตรียมพร้อมที่จะนำเสนอความรู้ทักษะและความสามารถของคุณอย่างชัดเจนและวิธีเพิ่มมูลค่าให้กับ บริษัท

นายจ้างจะประเมินความเหมาะสมของคุณสำหรับงานด้วยการถามคำถาม “ตามพฤติกรรม” คำถามเช่น: ในงานก่อนหน้าของคุณสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดของคุณและคุณจัดการกับมันอย่างไร? พวกเขาต้องการรายละเอียดและจะสอบสวนต่อไปจนกว่าพวกเขาจะมีความเข้าใจในวิธีที่คุณจัดการกับสถานการณ์ ความเชื่อที่นี่คือการแสดงที่ผ่านมาเป็นตัวบ่งชี้ที่แข็งแกร่งว่าคุณจะยังคงประพฤติตนอย่างไร

ใช้เวลาล่วงหน้าเพื่อทบทวนประสบการณ์งานของคุณ รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ท้าทายหรือผู้คนที่คุณจัดการได้ดีโครงการที่ประสบความสำเร็จหรือแนวทางแก้ไขที่คุณริเริ่มขึ้นทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

จัดระเบียบข้อมูลเอกสารอ้างอิงของคุณ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีสามอ้างอิงก่อนที่จะเริ่มค้นหางานของคุณ บริษัท ส่วนใหญ่รวมถึงการตรวจสอบการอ้างอิงก่อนที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายกับผู้สมัคร นำข้อมูลการติดต่อสำหรับการอ้างอิงของคุณมาให้สัมภาษณ์และให้ข้อมูลแก่พวกเขาหากพวกเขาถาม

เป็นการดีที่จะให้การอ้างอิงจากแต่ละ บริษัท ที่คุณระบุไว้ในประวัติส่วนตัวของคุณ หากคุณมีประวัติการทำงานที่ครอบคลุมคุณสามารถมุ่งเน้นไปที่การอ้างอิงจากสอง บริษัท ที่ผ่านมาของคุณ การอ้างอิงที่เป็นไปได้คือหัวหน้างานหรือผู้จัดการหรือเพื่อนร่วมงานภายในสถานที่ทำงาน หากคุณเป็นอาสาสมัครในโครงการนี่ก็เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีสำหรับการอ้างอิงที่ดี

การอ้างอิงของคุณควรจะสามารถพูดคุยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขากับคุณความสามารถของคุณความรู้จรรยาบรรณในการทำงานและวิธีที่คุณโต้ตอบกับผู้อื่นใน บริษัท อย่าลืมนายจ้างอาจต้องการทราบจุดอ่อนของคุณด้วยดังนั้นขอให้การอ้างอิงของคุณพร้อมตอบคำถามนั้น

ทันทีที่ บริษัท ร้องขอการอ้างอิงของคุณติดต่อพวกเขาเพื่อแจ้งให้พวกเขาทราบถึงการโทรที่อาจเกิดขึ้น พวกเขาคือหุ้นส่วนของคุณในการหางานดังนั้นให้รายละเอียดทั้งหมดที่คุณมีเกี่ยวกับ บริษัท และตำแหน่ง – อย่าปล่อยให้พวกเขาอยู่ในที่มืด หากคุณไม่สามารถพูดคุยกับพวกเขาโดยตรงให้ส่งอีเมลหรือฝากข้อความเสียงเพื่อแจ้งรายละเอียด

ยิ่งคุณรู้สึกสะดวกสบายมากขึ้นเกี่ยวกับทักษะและความรู้ที่คุณมีให้ความมั่นใจที่คุณมีต่อการสัมภาษณ์ เป็นความคิดที่ดีที่จะฝึกฝนคำตอบของคุณไม่ว่าจะเป็นหน้ากระจกหรือทำงานกับเพื่อนหรือโค้ช

เตรียมความพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

บริษัท มีกระบวนการคัดกรองที่แตกต่างกันเพื่อค้นหาผู้สมัครที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งที่เปิดอยู่ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้สรรหาจะคัดกรองคุณทางโทรศัพท์สั้น ๆ ดังนั้นจงเตรียมพร้อมที่จะนำเสนอตัวเองทันทีที่คุณส่งประวัติย่อของคุณ อย่าลังเลที่จะติดต่อกับ บริษัท ใด ๆ

ทำวิจัยของคุณ

วิจัยมากที่สุดเกี่ยวกับ บริษัท ที่คุณกำลังสัมภาษณ์ที่ แหล่งข้อมูลหนึ่งคือเว็บไซต์ของพวกเขา นอกจากนี้คุณยังสามารถค้นหาบนอินเทอร์เน็ตเพื่อดูว่ามีข้อมูลใดบ้างเกี่ยวกับ บริษัท ยิ่งคุณรู้เกี่ยวกับ บริษัท มากเท่าไหร่คุณก็ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการนำเสนอทักษะและความรู้ของคุณ

เตรียมคำถาม

เวลาส่วนใหญ่ที่ผู้สมัครใช้เวลาเตรียมคำตอบสำหรับคำถามของนายจ้าง อย่าลืมคำถามของคุณ! ฉันแนะนำให้สร้างประมาณ 10 คำถามที่คุณต้องการทราบเกี่ยวกับตำแหน่งและ บริษัท ล่วงหน้า ทำไมสิ่งนี้จึงสำคัญ ด้วยเหตุผลสองประการ: คุณต้องให้ผู้สัมภาษณ์ทราบว่าคุณได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับ บริษัท แล้ว และสองคุณต้องการทราบว่างานนี้เหมาะสมกับคุณหรือไม่

ข้อแนะนำในการสัมภาษณ์งานสำหรับทุกคน

ข้อแนะนำในการสัมภาษณ์งานสำหรับทุกคน

ในการรับงานคุณอาจต้องเข้ารับการสัมภาษณ์ ทุกคนสวยมากมีการสัมภาษณ์งานในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งในชีวิตของพวกเขา มันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของขั้นตอนการสมัครงานใด ๆ ตามที่นายจ้างได้รับในการตัดสินคุณเผชิญหน้า เพราะเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญคนส่วนใหญ่รู้สึกประหม่ามากเพราะกลัวการถูกปฏิเสธ แต่ถ้าคุณทำตามแนวทางบางอย่างและมีความคิดว่าผู้สัมภาษณ์คาดหวังอะไรจากคุณคุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนทดสอบและคุณสามารถ โอกาสที่ดีกว่าในการรักษาความปลอดภัยให้กับงานที่คุณต้องการ

การแสดงครั้งแรกนับเป็นจำนวนมากนั่นคือข้อเท็จจริง แม้ว่าการสัมภาษณ์งานจะเน้นไปที่ทักษะประสบการณ์และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ของคุณ แต่การปรากฏตัวของคุณจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจไม่ว่าจะเป็นจิตสำนึกหรือจิตใต้สำนึกในจิตใจของผู้สัมภาษณ์ คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณฉลาดและแต่งตัวเป็นทางการ อย่าพยายามที่จะทำให้งบแฟชั่นชุดธุรกิจธรรมดาเหมาะ ให้แน่ใจว่าคุณได้รับการดูแลเป็นอย่างดีให้ความสนใจเป็นพิเศษกับเส้นผมของคุณและมั่นใจได้ว่าเสื้อผ้าของคุณจะเรียบร้อยและไร้ริ้วรอย

คุณควรแน่ใจว่าคุณได้เตรียมการสัมภาษณ์อย่างละเอียด วิจัย บริษัท โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษกับพื้นหลังและการจัดการปัจจุบัน คุณอาจถูกถามถึงสิ่งที่คุณรู้เกี่ยวกับ บริษัท และแสดงให้เห็นว่าคุณได้ทำการบ้านแล้วเป็นวิธีที่ดีในการสร้างความประทับใจ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้พิจารณาทุกแง่มุมของบทบาทที่คุณสมัครอย่างถี่ถ้วนแล้วและสามารถให้ตัวอย่างของเวลาที่คุณแสดงทักษะแต่ละอย่างที่จำเป็นในข้อมูลจำเพาะของบุคคล

การฝึกฝนการสัมภาษณ์ยังช่วย คุณสามารถขอให้เพื่อนหรือครอบครัวช่วยคุณด้วยการสวมบทบาท ผู้เล่นอาจมีบทบาทต่อผู้สัมภาษณ์และถามคำถามคุณหลายข้อ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณฝึกฝนคำตอบและคุ้นเคยกับการสัมภาษณ์ดังนั้นเมื่อการสัมภาษณ์จริงเกิดขึ้นคุณจะรู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น

ในระหว่างการสัมภาษณ์ให้แน่ใจว่าคุณพูดอย่างชัดเจนและสงบสติอารมณ์ พยายามที่จะสบตากับผู้สัมภาษณ์และหลีกเลี่ยงการขยับไปมาในที่นั่งของคุณ ตอบคำถามให้ถูกต้องและรัดกุมดีเสมอเพื่อหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำ เป็นความคิดที่ดีที่จะมีคำถามสั้น ๆ สองสามข้อสำหรับผู้สัมภาษณ์ที่เตรียมไว้เนื่องจากคุณอาจถูกถามว่าคุณมีคำถามใด ๆ เมื่อสิ้นสุดการสัมภาษณ์หรือไม่ การเตรียมคำถามไว้เสมอแสดงว่าคุณมีความสนใจในบทบาทนั้น

ข้อปฏิบัติเล็กๆน้อยๆ ที่อาจช่วยให้เราหางานได้ดังใจ

ข้อปฏิบัติเล็กๆน้อยๆ ที่อาจช่วยให้เราหางานได้ดังใจ

1. ใช้อีเมลแบบมืออาชีพ

อาจจะไม่เหมาะที่จะใช้ babyangel@gmail.com ในการสมัครงาน ที่จะทำให้ตัวเองเป็นมืออาชีพใช้ชื่อที่เหมาะสมหรือชื่อมืออาชีพของคุณ

2. Google ด้วยตัวคุณเอง

ฟังดูถูกคนอื่นไม่ได้หรือไม่ แต่ในกรณีที่คุณเขียนอะไรบางอย่างเมื่อหลายปีก่อนและมันยกหัวขึ้นเพื่อกัดเท้าคุณมันเป็นการดีกว่าที่จะตรวจสอบสิ่งที่ออกมาในตัวคุณในโลกไซเบอร์ ในขณะที่เราอยู่ที่นี่บล็อกที่อยู่อีเมลหมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่ของคุณเช่นกันสิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณมีข้อมูลดิจิทัลปรากฏอยู่

3. เพิ่มที่อยู่อีเมลของคุณในประวัติการทำงานของคุณ

ฉันเห็นการละเลยนี้กี่ครั้ง

4. เริ่มเขียนบล็อก

นี่เป็นวิธีฟรีในการทำความรู้จักและสร้างโปรไฟล์ของคุณ

5. ลงทะเบียนบนไซต์งานออนไลน์

มีอยู่มากมาย: seek.com, TradeMe / jobs.co.nz และตรวจสอบรายชื่อหนังสือพิมพ์ออนไลน์ในพื้นที่ของคุณ

6. ใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมเพื่อประโยชน์ของคุณ

สร้างบัญชี Facebook, Twitter, MySpace, Bebo และอื่น ๆ โดยเฉพาะกับสภาพแวดล้อมการทำงานของคุณรักษาเครือข่ายสังคมส่วนตัวของคุณให้เพื่อนของคุณ

7. คอนเน็คชั่น

เข้าร่วมสังคมองค์กรและสโมสรที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของคุณ ลองใช้สมุดหน้าเหลืองและไดเรกทอรีออนไลน์เพื่อดูว่ามีอะไรบ้างจากนั้นจึงเชื่อมต่อกับบุคคลเหล่านี้

8. เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

สังคมที่มีความซับซ้อนมีบทบาทของผู้เชี่ยวชาญมากมายดังนั้นยิ่งคุณมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นหรือมีความสามารถมากขึ้นเท่าไหร่คุณก็จะมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นและมีคุณค่ามากขึ้นสำหรับทีมนายจ้าง แต่อย่าลืมที่จะเป็นคนทั่วในทุก ๆ ด้านที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของคุณ

9. ดึงจุดแข็งของคุณ

หากคุณรู้ว่าคุณเก่งอะไรหรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยหรือยอดเยี่ยมที่ … ให้ย้ายจากพื้นที่นั้นก่อน หากคุณเก่งในการพูดในที่สาธารณะให้ใช้สิ่งนั้นเป็นรูปแบบหลักของการเน้นจุดแข็งของคุณ

10. ลดความอ่อนแอของคุณ

คล้ายกับหมายเลขเก้า เล่นจุดอ่อนของคุณ หลีกเลี่ยง (โดยเฉพาะในการประชุมสองครั้งแรก) สิ่งที่คุณไม่ค่อยเก่งหรือโดยทั่วไปไม่ชอบทำ